บทที่ 4 เจ้าหญิงก็สามารถผลักศัตรูลงเหวได้
คอปป์รู้สึกโกรธมากที่กานดาไม่รับสายเขา ขณะที่ปาลินที่อยู่ข้าง ๆ สวมชุดผู้ป่วย เข็นรถเข็นมาหาคอปป์
"พี่คอปป์ อย่าโทษพี่กานดาเลยนะคะ หนูเป็นคนทรยศเธอก่อน แย่งผู้ชายที่เธอรักมากไป เธอคงเสียใจและผิดหวังมาก ถึงได้ไม่อยากรับสายของพี่" ปาลินจับมือคอปป์พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ
คอปป์ลูบใบหน้าของปาลิน มองเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักแล้วพูดว่า "นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ ผมไม่เคยชอบผู้หญิงคนนั้นเลย การหมั้นของผมกับเธอคุณปู่เป็นคนจัดการ คนที่ผมรักจริงๆ คือคุณ พอคุณเปลี่ยนถ่ายไตเสร็จแล้ว ผมจะไปคุยรื่องนี้กับปู่เอง แล้วผมจะแต่งงานกับคุณ"
"ขอบคุณนะคะ พี่คอปป์" น้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลลงจากมุมตาของปาลิน
คอปป์ยื่นมือกอดปาลินเข้าในอ้อมกอด เขาไม่ได้สังเกตเห็นว่าในดวงตาที่มีน้ำตาไหลของปาลินนั้น แฝงไว้ด้วยแววตาที่ชั่วร้าย
'นังบ้ากานดา ทำไมเธอไม่ตายๆไปซะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงแต่งงานกับคอปป์ไปแล้ว รอให้แผนของฉันสำเร็จ ฉันจะให้เธอตายบนเตียงผ่าตัดให้ได้' ปาลินคิดในใจด้วยความเกลียดชัง
ขณะนี้กานดาไม่รู้เลยว่าแผนการร้ายที่มุ่งเป้าไปที่เธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เธอกำลังฝัน ในฝันเธอกลายเป็นเจ้าหญิงที่ตกทุกข์ได้ยาก และมีเจ้าชายที่มองไม่เห็นหน้ามาช่วยเธอไว้
เมื่อกานดาตื่นจากฝัน ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว
เจ้าหน้าที่วิ่งมาถึงพอดี จึงปล่อยพศินกับกานดาลงมา
"นอนบนตาข่ายใหญ่นี่ ก็ยังไม่สบายเท่านอนบนเตียงนะ" พศินยืดตัวแล้วมองไปที่กานดาข้าง ๆ
"คุณจะไปไหนต่อ ไม่งั้นผมพาคุณไปซื้อมือถือใหม่ก่อนมั้ย" พศินพูด
กานดาส่ายหน้า "ไม่ต้องค่ะ ฉันยังมีมือถืออีกเครื่องหนึ่งอยู่ที่เพื่อนสนิท ฉันใช้มือถือเครื่องเก่าได้"
พศินพยักหน้า ส่งกุญแจรถมาให้กานดา "ตอนนี้คุณคงไม่มีความคิดฆ่าตัวตายแล้ว ผมวางใจให้คุณขับรถกลับได้แล้ว"
กานดาเบิกตา เมื่อวานเธอเกือบคิดว่าจะตายแล้ว
"งั้นเราแยกกันที่นี่นะ" กานดาหยิบกุญแจรถเตรียมจะไป เธอไม่มีความคิดที่จะไปส่งพศินเลย
ทันใดนั้น เสียงของพศินดังมาจากข้างหลัง "คุณอยากแก้แค้นกลับมั้ย เจ้าหญิงดิสนีย์ตัวจริงจะทำลายแผนการของตัวร้าย ให้พวกเขาตกนรกกันนะ!"
กานดาหยุดชะงัก เธอยืนนิ่งอยู่สักสองสามวินาที แล้วโบกมือโดยไม่หันกลับมา "ฉันรู้แล้วค่ะ ขอบคุณที่เตือน"
พศินมองส่งกานดาจากไป ด้วยอิทธิพลของเขา เขาสามารถช่วยกานดาจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่เขายังมีเรื่องอื่นต้องทำ
สักครู่ รถโรลส์รอยซ์คันหนึ่งขับมาจอดตรงหน้าเขา คนขับเคารพนบนอบเชิญพศินขึ้นรถ
"คุณชายครับ คนขับที่รถชนตายแล้ว เบาะแสของเราหายไปแล้วครับ" คนขับขึ้นรถแล้วขับไปพร้อมกับพูดอย่างเย็นชา
แววตาของพศินเปลี่ยนเป็นเย็นชา มุมปากเผยรอยยิ้มเย็น ๆ "พอผมกลับประเทศก็ส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้ ถ้าไม่ตอบแทนของขวัญคืนล่ะก็ จะดูไม่มีมารยาทไปมั้ย"
คนขับไม่ตอบ เพราะเขารู้ดีว่าแผนของพศิน ก่อนที่จะลงมือ มีแต่ตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้
"อ้อ คุณชายครับ คุณกิตติให้ผมแจ้งว่าคืนนี้ให้ไปร่วมงานเลี้ยงครอบครัว" คนขับเตือน
"รู้แล้ว" พศินตอบ
อีกฟากหนึ่ง กานดาขับรถมาที่บ้านของดาวเรือง เพื่อนสนิทของเธอ
ดาวเรืองเห็นกานดาก็ถามอย่างกังวล "กานดา เมื่อคืนเธอไปไหนมา โทรหาก็ไม่ติด เป็นห่วงแทบตาย"
กานดามองดาวเรืองที่ดูกังวลและห่วงใย ในใจรู้สึกอบอุ่น นี่อาจเป็นคนไม่กี่คนในโลกที่ใส่ใจเธออย่างแท้จริง
"ไม่เป็นไรหรอก แค่มือถือตกแตก เอามือถือเครื่องเก่าของฉันมาให้หน่อย" กานดารอให้ดาวเรืองหามือถือเครื่องเก่ามาให้ แล้วเสียบซิมการ์ด พอเปิดเครื่องก็เจอสายที่ไม่ได้รับเป็นจำนวนมาก
สายโทรศัพท์ส่วนหนึ่งมาจากพ่อแม่ของกานดา ส่วนใหญ่มาจากคอปป์
กานดามองชื่อคอปป์ แววตาแสดงความรังเกียจ พร้อมกับนึกถึงคำพูดของพศิน
'พศินพูดถูก ทำไมฉันต้องทนให้คนอื่นรังแก ฉันจะแก้แค้นนังบ้านั่นกับไอ้สวะคนนี้ให้ได้!' กานดากำมือแน่น
ทันใดนั้น ดาวเรืองก็ตะโกนขึ้นมา "กานดา เธอแต่งงานแล้วเหรอ ผู้ชายคนนี้หล่อจัง เขาเป็นใคร"
กระเป๋าของกานดาดีตกลงพื้น ดาวเรืองเก็บกระเป๋าจากพื้น บังเอิญเห็นใบทะเบียนสมรสข้างใน
"เขาชื่อพศิน เป็นพนักงานบริษัทเล็ก ๆ" กานดารับใบทะเบียนสมรสมาถอนหายใจ แม้คอปป์จะเป็นคนชั่ว แต่พศินก็ดูไม่ใช่คนดีอะไร
มีใครเพิ่งแต่งงานใหม่แล้วพาภรรยาไปทำอะไรสุดระทึกแบบนั้น
"นามสกุลเดียวกับคอปป์เลย เสียดายจัง ถ้าเขาเป็นญาติของคอปป์ เธอจะได้ใช้สถานะญาติเยาะเย้ยไอ้สาระเลวนั่นสักหน่อย" คำพูดของดาวเรืองเต็มไปด้วยความเสียดาย เธอรู้เรื่องทุกอย่างของกานดา
ทันใดนั้นมือถือของกานดาดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่คอปป์ที่โทรมา แต่เป็นคุณปู่กิตติ
เธอกดรับสาย คุณปู่กิตติบอกเวลาที่แน่นอนของงานเลี้ยงครอบครัวกับกานดา หวังว่าเธอจะมาได้
กานดาวางสายแล้วถอนหายใจ
ดาวเรืองเห็นความกังวลของกานดาถามว่า "เธอกังวลว่าพอบอกความจริงกับคุณปู่กิตติแล้ว เขาจะโกรธจนสุขภาพแย่ลงใช่มั้ย"
กานดาพยักหน้า "ฉันจะหาเวลาที่เหมาะสมค่อยบอกเขา แต่งานเลี้ยงครอบครัวแบบนี้เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสม"
"ถ้าเธอกังวลขนาดนั้น อยากให้ฉันไปด้วยมั้ย" ดาวเรืองถาม
กานดาส่ายหน้า "เรื่องนี้ฉันจะจัดการเอง"
กานดาปฏิเสธขอเสนอของดาวเรือง เธอไม่รู้เลยว่าสามีสายฟ้าแลบของเธอก็จะเข้าร่วมงานเลี้ยงครอบครัวครั้งนี้ด้วย
ณ โรงแรมกาแล็กซี่
ในห้องส่วนตัวหรูหราที่มีคนนั่งเพียงไม่กี่คน ที่นั่งหัวโต๊ะคือหัวหน้าตระกูลทับทองคุณปู่กิตติ ข้าง ๆ ท่านนั่งชายคนหนึ่ง คือพศินสามีสายฟ้าแลบของกานดา
ถ้าตอนนี้กานดาอยู่ที่นี่ เธอคงต้องตกใจกับบทสนทนาของคนเหล่านี้ เพราะพศินเรียกคุณปู่กิตติว่าลุง
